ผู้บริหาร อบต. ติดต่อ อบต. ข้อมูลทั่วไป หน้าหลัก
.. หลวงพ่อในโบสถ์ร่วมใจ ช่างลายปูนปั้น ผลิตภัณฑ์กล้วยน้ำว้า ราชาข้าวซ้อมมือ เลื่องลือเจียรไนพลอยนิล รักษ์ถิ่นทุ่งสมอ ..
โบสถ์เก่าวัดทุ่งสมอ
  หลวงพ่อเทพมงคล
  เจ้าแม่กวนอิม
  พระสังขจาย
     วัดทุ่งสมอเป็นวัดโบราณ เล่ากันมา สร้างขึ้นโดยชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณบ้านทุ่งสมอปัจจุบัน เพี่อความสะดวกในการประกอบศาสนากิจ บำเพ็ญกุศล ตามประเพณีต่าง ๆ ของหมู่บ้าน ชาวบ้านได้ดร้อมกันสร้างโบสถ์ขึ้น ราวปลายกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จากการตรวจสอบอิฐซึ่งใช้ก่อสร้างโบสถ์ พบ ว่ามีอายุอยู่ในสมัยอยุธยาตอนปลายส่วนกระเบื้อง มุงหลังคาเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่เป็นเช่นนี้คงเป็นเพราะว่าการสร้างโบสถ์ในสมัยก่อน ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานและยากลำบากในการจัดหาทุนในการก่อสร้างกว่าจะสำเร็จ โบสถ์หลังนี้ได้รับการบูรณะการปฏิสังขรณ์หลายครั้ง โดยเฉพาะในสมัยที่พระปลัดทา เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นผู้มีความรู้ในด้านช่างอยู่บ้าง ได้ซ่อมแซมปรับปรุง ซึ่งนับเป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ โบสถ์หลังนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัด ใกล้สระน้ำ รอบกำแพงแก้วจะมีไม้หอม เช่น พิกุล แก้ว อินทร์ จันทร์ ปลูกไว้โดยรอบ พระประธานซึ่งประดิษฐานในโบสถ์ ชาวบ้านขนานนามว่า "หลวงพ่อในโบสถ์" เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านตลอดมา
ในปี พ.ศ. 2467 พระปลัดทา เจ้าอาวาสถึงแก่มรณภาพท่านพระครูวัตตสารโสภณกับพระครูอดุลย์สมณกิจ พร้อมด้วยทายกได้พร้อมในกันตั้งพระปลัดหรุง (นามเดิม หรุง รุ่งเช้า) เป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งสมอ ในสมัยนั้นพระสงฆ์ในปกครองเคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างมาก มีการเปลี่ยนแปลงการห่มผ้า ตลอดจนปรับปรุงกุฏิให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีพระครูอดุลย์สมณกิจ (หลวงพ่อดี) ช่วยวาวแผนผังกุฏิเสียใหม่ พระปลัด หรุงได้สร้างกุฏิขึ้นใหม่หลายหลัง โดยอาศัยกำลังทรัพย์จากผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งมีขุนสิทธิสรเวชช์ (สุด สิทธิสร) หมอประจำตำบล เป็นนหัวหน้า การบูรณะ และสร้างครั้งนี้นับได้ว่าวัดทุ่งสมอได้รับการพัฒนาจนสมบูรณ์แบบ
      ในปี พ.ศ. 2479 พระปลัดหรุง ถึงแก่มรณภาพ ได้มีเจ้าอาวาสต่อมาอีก  2  รูป  คือ    พระอาจารย์อิ๋น และพระอาจารย์ฮุ้น ทั้งสองรูป ได้ดูแลทำนุบำรุงวัดทุ่งสมอมาโดยตลอด จนถึง พ.ศ. 2493 พระครูวิบูลธรรมประภาส (นามเดิม เบี่ยง ดอกนาค) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้อบรมสั่งสอน ให้พระสงฆ์ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย อบรมศีลธรรมให้แก่ประชาชน ท่านเป็นเจ้าอาวาสที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด และได้พัฒนาวัดทุ่งสมอให้เจริญก้าวหน้าดังที่เห็น ในปัจจุบัน
      ในปี พ.ศ. 2505  ทางราชการให้วัดมีฐานะทางกฎหมายเป็นนิติบุคคลเท่าเทียมกัน ตามมาตรา 31  แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505
      ในปี พ.ศ. 2510 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองสงฆ์  พ.ศ. 121  และได้รับนามทางราชารว่า “วัดจันทราราม”  ในปีนี้แงพระครูวิบูลธรรมประภาส  พร้อมด้วยชาวบ้าน  ได้ร่วมกันพิจารณาเห็นว่าโบสถ์มีสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมาก ไม่เหมาะสำหรับการประกอบกิจของสงฆ์  จึงมีดำริร่วมกันกับคุณสุวัฒน์  นาคสมบูรณ์  พร้อมในกันจัดสร้างโบสถ์หลังใหม่ขึ้น  พ.ศ.  2518   ต่อมาได้ย้ายพระประธานจากโบสถ์หลังเก่ามาประดิษฐ์ที่หลังใหม่นี้  โบสถ์หลังใหม่นี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยประเพณี  นอกจากเป็นสถานที่กระทำสังฆกรรมของพระภิกษุในวัดแล้ว  ยังเป็นแหล่งรวมรวบศิลปะไทยฝีมือช่างพื้นบ้านทุ่งสมอโดยแท้